ทุกบทกวี บทความ และงานเขียน ที่ข้าพเจ้าได้สร้างสรรค์ขึ้น ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้ละเมิดมีโอกาสถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

เว้นแต่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นั่นคือ
การนำไปใช้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา ไม่ใช้ในเชิงพาณิชย์ และไม่แก้ไข ตามสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (BY-NC-ND)
Creative Commons License

[Uniwheresity] #22 อยากจบไว ทำไงดี วิธีที่ 7 มั่วอย่างมีศิลปะ ภาคปรนัย

ช่วงนี้เป็นช่วงสอบของหลายๆ มหาวิทยาลัย ส่วนมหาลัยของผมยังไม่เริ่มสอบเลย (อยากจบไวๆ แล้ว ฮา) หลายคนอ่านหนังสือทบทวนอย่างตั้งใจ แต่หลายวิชามากๆ เข้า หนักๆ เข้าก็แอบเวียนหัวบ้างเล็กน้อย


ถ้าอ่านไม่ทัน สิ่งที่ทำได้ก็คงจะเป็นการอ่านผ่านๆ จับใจความสำคัญคร่าวๆ แล้วที่เหลือก็ไปตายเอาดาบหน้า


หากทำไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องมั่วสินะครับ ผมเคยทิ้งดิ่ง (ตอบตัวเลือกเดียวทั้งหมดเลย) ผมเคยออกแบบลวดลายบนกระดาษคำตอบไว้อย่างสวยงามเลยทีเดียวเชียวแหละ ผมเคยเลือกหัวข้อเรียงความมาเขียนแบบมีแต่น้ำ (แบบที่ว่าถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวคงมีลูกชิ้นแค่ลูกเดียว)



[มั่วอย่างมีศิลปะ]

แต่ผมได้ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนค้นพบศาสตร์และศิลป์แห่งการมั่วมาได้ในที่สุด ซึ่งผมนำไปใช้แล้วพบว่ามันสามารถใช้ได้จริงครับ และกำลังจะนำมาแบ่งปันให้คุณผู้อ่าน ณ บัดนี้


ถ้าจะมั่วก็ต้องมั่วอย่างมีหลักการนะครับ ถ้ามั่วสะเปะสะปะก็อาจผิดพลาดได้ แต่ถ้าหากนำเทคนิคที่ผมกำลังจะบอกต่อไปนี้ไปใช้แล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าคุณจะมีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอน สำหรับบทความบทนี้จะขอนำเสนอวิธีมั่วข้อสอบที่เป็นปรนัย (มีตัวเลือกมาให้เลือก) นะครับ



[รอบที่ 1. ทำข้อที่ทำได้ก่อน]

การทำข้อสอบไม่ใช่ทำรวดเดียวเสร็จนะครับ แต่ต้องทำหลายๆ รอบจึงจะได้ประโยชน์สูงที่สุด โดยรอบแรกให้กวาดสายตาอ่านทุกข้อแบบผ่านๆ ก่อนครับ แล้วเลือกทำข้อที่เราคิดว่าตอบถูกแน่นอนก่อน


ข้อไหนที่ไม่มั่นใจให้ข้ามไปก่อนเลยนะครับ อย่าเพิ่งไปสนใจมัน จะเป็นการดีกว่าหากเราใช้เวลาไปน้อยในการทำข้อสอบรอบที่ 1 นี้



[รอบที่ 2. เป็นคนช่างสังเกต]

เดี๋ยวก่อน! เราเคลียร์กันก่อนนะครับว่าการเป็นคนช่างสังเกตไม่ได้หมายความว่าให้ไปลอกคนข้างๆ นะ แต่หมายความว่าให้สังเกตโจทย์แต่ละข้อต่างหากล่ะ


ในรอบแรกเราอ่านโจทย์ครบทุกข้อแล้ว ได้สังเกตหรือเปล่าครับว่าโจทย์ของบางข้อเป็นคำตอบของอีกข้อ และคำตอบของอีกข้อก็เป็นโจทย์ในบางข้อเช่นกัน ถ้าเราจับประเด็นในโจทย์หลายๆ ข้อที่เป็นเรื่องเดียวกันได้ เราจะได้คำตอบมาฟรีๆ อีกจำนวนหนึ่งเลยล่ะครับ



[รอบที่ 3. ตัดตัวเลือก]

รอบที่ 3 ให้เราทำข้อที่เหลืออยู่ซึ่งเป็นข้อที่เราไม่ค่อยมั่นใจ วิธีทำให้เราตัดตัวเลือกให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งครับ โดยตัดตัวที่ไม่น่าตรงประเด็นออกไปก่อนเลย แล้วเราจะมีความเป็นไปได้ที่จะเลือกคำตอบที่ถูกต้องสูงขึ้นครับ


เหมือนเดิมครับ ถ้าไม่แน่ใจเลย ให้ข้ามข้อนั้นไปก่อน ทำข้อที่เป็นไปได้ก่อนนะครับ



[รอบที่ 4. มองมุมกลับ ปรับมุมมอง]

จากรอบที่ 3 มันจะมีบางข้อที่เราไม่สามารถตัดตัวเลือกได้เลย เพราะดูๆ ไปแล้วมันก็เป็นไปได้หมดเลยนี่นา แบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ


"พี่ชาย พี่ลองมองมุมกลับสิ" (ทำเสียงคุณเบบี้มายด์ 69)


ให้เราติ๊ต่างตัวเราเอง โดยสมมติให้เราเป็นคนคนหนึ่งที่เรียกว่า idiot สุดๆ แล้วถามตัวเองว่า พออ่านโจทย์แล้ว ตัวเราเองที่(ถูกสมมติว่า)เป็น idiot จะเลือกตอบข้อไหน ก็ให้ตัดข้อนั้นทิ้งไปเลยครับ! แล้วให้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเหลือตัวเลือกที่ตัวเราที่(ถูกสมมติว่า)เป็น idiot ไม่ได้เลือก คำตอบที่ถูกต้องก็มีโอกาสที่จะเป็นตัวเลือกนั้นครับ



[รอบที่ 5. มั่วก็คือมั่ว]

มาถึงตรงนี้ ให้นับจำนวนข้อที่เราทำไปแล้วว่าเกิน 60% ของทั้งหมดแล้วหรือยัง


ถ้าเกินแล้ว ให้ยิ้มมุมปาก หัวเราะหึหึ (เบาๆ นะครับเดี๋ยวอาจารย์คิดว่าทุจริต) ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เวลาที่เหลือในห้องสอบให้ลองทำข้อที่ทำไม่ได้ดู ถ้าตอบถูกเกรดเราก็จะยิ่งดีขึ้น แต่ถ้าทำไม่ได้ ถึงยังไงซะถ้าเรามั่วเราก็ผ่านแล้วอยู่ดี


แต่ถ้านับแล้วนับอีกก็ยังทำไปไม่ถึงครึ่งนึงเลย สิ่งที่ควรทำคือนั่งทำไปเรื่อยๆ จนหมดเวลาสอบนะครับ ไม่แน่ว่าอยู่ดีๆ อาจจะมีความคิดผุดขึ้นมาในหัวแบบไม่ทันตั้งตัวก็ได้ ซึ่งมันมีโอกาสเป็นไปได้และผมก็เคยเป็นมาแล้ว (ไม่รู้ว่ามีพลังบางอย่างอยู่รึเปล่า แต่เรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่งเด็ดขาด)


ถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็ท่องจ้ำจี้มะเขือเปาะแล้วมั่วไปนะครับ อาศัยดวงส่วนบุคคล แต่มาถึงตรงนี้แล้วตัวเลือกที่เหลือให้มั่วก็จะมีน้อยครับเพราะเราตัดไปส่วนนึงแล้ว โอกาสในการมั่วถูกก็ยังมีอยู่สูงพอสมควรเลย



[Tips]

อุตส่าห์ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำข้อสอบเป็นอย่างดี สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่ควรพลาดก็คือข้อมูลผู้สอบนะครับ เพื่อความไม่ประมาท เราควรตรวจสอบชื่อ รหัสนักศึกษา และข้อมูลสำคัญของเราอีกครั้งหนึ่งก่อนส่งข้อสอบนะครับ หลายคนตกม้าตายกันตรงนี้นี่แหละ


สุดท้ายถ้าผลสอบออกมาเป็น F สิ่งที่เราควรทำเป็นอันดับแรกคือพิจารณาตัวเราเองว่าเราเตรียมตัวมาดีแล้วหรือยัง ในการสอบครั้งต่อไปก็เตรียมตัวมาให้ดีมากกว่านี้ครับ รับรองว่าครั้งที่สองนี้เรามีโอกาสสอบผ่านมากกว่าครั้งแรกแน่นอนเพราะเรารู้แนวข้อสอบวิชานั้นแล้ว


"ขอพลังแห่งความมั่วจงสถิตอยู่กับท่าน"

Comment

Comment:

Tweet

ข้อสอบเราไม่มีปรนัยเลยซักวิชาเดียว 

#7 By ชุน on 2013-03-12 20:55

@nirankas เยี่ยมครับ.. เย้ย sad smile
@luluke ตัดได้ดีมีชัยไปกว่าครึ่งเลยครับ
@omega-t จริงครับ ถ้าคำตอบเป็นข้อเดียวกันซ้ำๆ ผมจะไม่มั่นใจและต้องย้อนกลับไปดูทุกที ส่วนการมั่วคำตอบ ค. ควาย ผมเคยดูพวกผลสำรวจ ผลวิจัยเหมือนกันครับ โอกาสถูกมีเยอะกว่าตัวเลือกอื่นๆ ครับ
@r-tech เทคนิคนี้เก็บไว้ใช้เป็นกรณีท้ายๆ แล้วกันนะครับ surprised smile
@gant อยากจบแล้วเหมือนกันครับ
sad smile ดีใจที่เรียนจนจบแล้ว

#5 By Paa orKant on 2013-03-10 18:00

เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจมากค่ะbig smile
ต่อจากนี้ต้องพยายามมั่วอย่างมีหลักการแล้วสินะคะconfused smile Hot!
(พูดอย่างกับเราจะไม่อ่านแล้วเข้าไปมั่วsad smile )

#4 By R-Tech on 2013-03-10 14:56

Hot!
เวลาทำข้อสอบช้อยผมชอบรู้สึกเวลาฝนแล้วมันเรียงเป็นขั้นบันไดลงมาเรื่อยๆนะครับ รู้สึกปลอดภัยดี sad smile
พอตอบติดๆกันสามสี่ข้อชักกังวล กลับขึ้นไปอ่านสองสามข้อบนใหม่ตัวเองตอบถูกหรือป่าวหว่า 
แต่เคยได้ยินว่า เมื่อหมดหนทาง กาข้อค.ควายทั้งหมดเป็นทางออกที่สวยงามครับ open-mounthed smile

#3 By oMeGa-T on 2013-03-09 00:15

โอ้ ได้วิธีการนำไปใช้ในการทำข้อสอบเพียบเลย 55+
//วิธีตัดตัวเลือกเราทำบ่อยที่สุดค่ะ ได้ผลมากเลยด้วย

#2 By luluke on 2013-03-08 23:56

ข้อสองเนี่ย เราทำบ่อย สังเกตคนรอบข้าง
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-03-08 21:38

ทุกบทกวี บทความ และงานเขียน ที่ข้าพเจ้าได้สร้างสรรค์ขึ้น ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้ละเมิดมีโอกาสถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

เว้นแต่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นั่นคือ
การนำไปใช้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา ไม่ใช้ในเชิงพาณิชย์ และไม่แก้ไข ตามสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (BY-NC-ND)
Creative Commons License