ทุกบทกวี บทความ และงานเขียน ที่ข้าพเจ้าได้สร้างสรรค์ขึ้น ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้ละเมิดมีโอกาสถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

เว้นแต่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นั่นคือ
การนำไปใช้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา ไม่ใช้ในเชิงพาณิชย์ และไม่แก้ไข ตามสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (BY-NC-ND)
Creative Commons License

[Uniwheresity] #21 อยากจบไว ทำไงดี วิธีที่ 6 บัญชีออมซะ


[หน่วยกิตของคุณมีค่า.. อย่าทิ้ง]

ผมค้นพบเทคนิคนี้ตอนผมอยู่ประมาณปี 1-2 ตอนที่ผมสมัครเข้าเป็นนักศึกษาผมเลือกคณะมนุษยศาสตร์ วิชาเอกภาษาจีน


แรกๆ ก็พอได้อยู่ แต่พอลงลึกเข้าก็ไม่ไหว ผมจึงย้ายคณะโดยเลือกเรียนคณะนิติศาสตร์แทน



[ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย]

เข้าทำนองเดียวกันเลยครับ วิชาพื้นฐานผมทำได้ แต่พอเอาเข้าจริงผมไปไม่รอดเลย หนักกว่าภาษาจีนอีก เพราะวิชากฎหมาย ผมสอบ "ตกรวด"


ไม่นะ.. ไม่


คือผมรับไม่ได้ครับ ขอแก้มือด้วยการสอบซ่อม รวมถึงในเทอมถัดไปผมก็จัดเต็มครับ ลงแต่วิชากฎหมายล้วนๆ อีกรอบนึง


และแล้วความพยายามของผมก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ ลองทายดูว่าผลเป็นอย่างไร


ใช่ครับ.. ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง ผมสอบตกอีกแล้ว (ใครซื้อหวยขอให้ทายถูกแบบนี้นะครับ) ขนาดทำเต็มที่ยังสอบผ่านมาได้แค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น


ผมยังไม่ยอมแพ้ เทอมใหม่นี้ผมก็สอบซ่อมทุกวิชาครับ ลองดูอีกสักตั้ง ให้มันรู้ไป แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม ผมสอบผ่านแค่เสี้ยวเดียว



[เรียนรู้บทเรียนทุกครั้งที่ล้มเหลว]

ผมยอมแพ้ก็ได้.. แต่ผมก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญอย่างหนึ่งจากความล้มเหลวนี้ครับ นั่นก็คือที่ผมไปไม่รอดก็เพราะสิ่งที่ผมเลือกนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่ผมเลือกเอง แต่เป็นเพราะผมเลือกตามคนอื่นๆ ต่างหาก


อีกเหตุผลที่ทำให้ผมไม่ผ่านก็เป็นเพราะนิสัยส่วนตัว ผมไม่ชอบอ่านหนังสือนานๆ ครับ ชอบอ่านผ่านๆ แล้วทำความเข้าใจกับคอนเซ็ปต์ของเนื้อหาแค่นั้น (แหม.. ก็เพราะเป็นซะอย่างนี้ไง)


ผมตัดสินใจกลับไปคณะมนุษยศาสตร์อีกครั้งครับ คราวนี้ผมเลือกเอกอังกฤษเพราะนี่เป็นสิ่งที่ผมสนใจจริงๆ แต่ปัญหามีอยู่ว่าผมจะต้องทิ้งวิชากฎหมายที่ผมสอบได้เล็กๆ น้อยๆ นั้นไปทั้งหมด เพราะไม่อยู่ในหลักสูตรเลย แต่ผมก็ยังเลือกที่จะเก็บมันไว้



[บอกตัวเองให้สู้เต็มที่เสมอ ตัวเราในอนาคตจะได้ไม่รู้สึกเสียดาย]

ผมใช้เทคนิค "เอาอย่างเต่า" และ "จัดเต็ม" มาใช้เพื่อเร่งความเร็วให้ไล่ตามคนอื่นๆ จนเกือบทันแล้ว


ในช่วงสองเทอมสุดท้าย ผมเพิ่งจะเข้าใจหลักสูตรที่ผมต้องเรียนครับ คือมันจะมีวิชาอีกกลุ่มนึงที่เราจะต้องไปเรียนวิชาในคณะอื่น กลุ่มนี้เรียกว่า "วิชาเลือกเสรี" นั่นเองครับ


ประเด็นคือวิชาภาษาจีนกับวิชากฎหมายที่ผมเก็บได้นั้น ผมสามารถนำมาใส่หลักสูตรในกลุ่มวิชาเลือกเสรีได้ครับ (เหมือนเศษเหรียญที่หยอดกระปุกเอาไว้เลยเนอะ)


จากที่ผมไล่หลังคนอื่นก็กลายเป็นขึ้นนำนิดนึงทันทีครับ


หากวินาทีที่ผมสอบตกวิชาภาษาจีนและกฎหมาย แล้วผมดันเลือกไม่สอบซ่อมล่ะก็ ตัวผมในวันนี้คงจะต้องรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากเลย



[เปิดบัญชีออมซะของคุณ]

นี่คือ "บัญชีออมซะ" ที่ผมสะสมเอาไว้ บางครั้งตัวเลือกบางอย่างเราไม่อยากทำมันเลย เราไม่อยากเจอมันเลย เพราะเราคิดว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะลงมือทำ แต่ไหนๆ เราก็เริ่มต้นขึ้นมาแล้ว ยังไงลองทำต่อให้เสร็จเถอะครับถ้าสามารถทำได้ ผมคิดว่าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดจะย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ให้แก่เราได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ ไม่ต้องสแกน ไม่ต้องสัมผัส ก็สามารถคอนเฟิร์มได้ครับ (ฮา)

Comment

Comment:

Tweet

เราก็สอบตกบ่อยๆแฮะ
จบมาได้แบบหืดขึ้นคอ เกรดสองกว่าๆ
( Hot! Hot! )
ออมซะได้ดอกเบี้ยมั้ย

#2 By Nirankas on 2013-03-03 19:58

ถึงไม่ถนัดก็ต้องพยายามทำต่อไปให้สำเร็จสินะคะbig smile 
เพิ่งรู้ว่าวิชาเลือกเสรีมีเก็บแบบนี้ได้ด้วยwink
พอเราต้องเข้ามหาลัยท่าทางจะมีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมายเลยแฮะ sad smile
ขอบคุณสำหรับวิธีดีๆค่ะ big smile Hot!

ปล.ชิวิตคุณเจ้าของบล็อกผ่านอะไรมามากมายเลยนะคะsad smile  
ปล.2อัพบลอกดึกจังนะคะsad smile (ได้ข่าวเราก็เป็น

#1 By R-Tech on 2013-03-03 15:10

ทุกบทกวี บทความ และงานเขียน ที่ข้าพเจ้าได้สร้างสรรค์ขึ้น ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้ละเมิดมีโอกาสถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

เว้นแต่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นั่นคือ
การนำไปใช้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา ไม่ใช้ในเชิงพาณิชย์ และไม่แก้ไข ตามสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (BY-NC-ND)
Creative Commons License