กีฬาสีส่งท้ายปี สวัสดีมะโรงทอง
posted on 01 Jan 2012 02:36 by nopnon in Eventกีฬาสีส่งท้ายปี สวัสดีมะโรงทอง
-- 1 มกราคม 2012
ส่งท้ายปีเก่า 2554/2011 ด้วยเรื่องที่พิเศษ ทั้งเรื่องที่ดี และเรื่องที่ไม่ดี แต่ก็ล้วนมีความหมาย ผมจะเล่าเรื่องที่เป็นไฮไลท์ของปีเก่า เอาสักด้านละหนึ่งเรื่องก็แล้วกันนะครับ
เรื่องไม่ดีในชีวิตผมที่เกิดขึ้นในปี 2554/2011
เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยครับ น้ำท่วมนั่นเอง ซึ่งเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่มากๆ เกิดจากธรรมชาติและการบริหารงานระหว่างองค์กร วิกฤติครั้งนี้ ทำลายทรัพย์สินและชีวิตไปมากมาย
อย่างไรก็ดี ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกเราได้รู้ว่า น้ำใจคนไทย ยังไงก็ไม่แล้ง เป็นนามธรรมที่ถูกทำให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ จากสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงน้ำท่วม
ถ้าจะถามว่าเรื่องน้ำท่วม เป็นเรื่องที่ไม่ดี ทำไมผมถึงมองว่าเป็นเรื่องพิเศษ
นั่นก็เพราะว่าประสบการณ์นี้ จะถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ สำหรับผู้ที่อดทนและพยายามรับมือกับปัญหา ในที่สุดเขาคนนั้นฝ่าฟันปัญหาไปได้ เขาก็จะมีความภาคภูมิใจ เก็บเอาไว้เล่าให้ลูกหลานของเขาฟังได้
แล้วก็ใช่ว่าจะเกิดผลกระทบแค่ด้านลบ ด้านดีก็มี อย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือน้ำใจอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น รวมถึงเหล่า "ฮีโร่" ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตินี้ด้วย เหล่าจิตอาสาทุกคนที่ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ผมเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้นอกจากจะได้บุญเป็นความอิ่มเอิบใจแล้ว ยังได้ผลตอบแทนเป็นความสำเร็จในภายภาคหน้าอีกด้วย (ไม่นับรวมผู้ที่หวังผลตอบแทนแบบน่าเกลียดนะครับ)
มาถึงเรื่องดีในชีวิตผมที่เกิดขึ้นในปี 2554/2011 กันบ้าง
เป็นเรื่องที่เพิ่งจะผ่านมาไม่กี่วันนี้เอง นั่นคืองานกีฬาสีของโรงเรียน ซึ่งปีนี้อาจจะไม่ได้จัดใหญ่โต นั่นเพราะเกิดน้ำท่วมและขาดงบประมาณในการจัดงาน รวมถึงเรื่องเวลาเรียนที่หายไปและต้องชดเชยนั้นด้วย
กีฬาสีครั้งนี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตผมให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกเรื่องหนึ่ง นั่นเพราะว่าผมสมัครเข้าเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะสี
บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าการเต้นเชียร์ลีดเดอร์จะต้องเป็นผู้หญิงหรือใจเป็นหญิงจึงจะเต้นได้ ผมอธิบายเลยว่าไม่ใช่อย่างนั้น ผู้ชายก็เต้นได้ครับ เชียร์ลีดเดอร์นี้เหมือนการเล่นกีฬาชนิดหนึ่ง เพราะต้องใช้กำลังกาย และทักษะอย่างมากในการเต้น นอกจากนี้ยังทำให้สุขภาพแข็งแรงด้วย
เขียนมาเยอะแล้ว ว่าแต่มันดียังไงล่ะ?
โอ.. เป็นลีดนี่ได้อะไรหลายอย่างเลยครับ
เวลาฝึกซ้อม จะมีการนัดหมายวันเวลาที่จะเริ่มซ้อมพร้อมกัน เราจะไปช้าไม่ได้ คือถ้าเราสาย เราไม่ได้ถูกลงโทษโดยตรงหรอกนะครับ แต่เราจะโดนทางอ้อม ด้วยการที่คนอื่นๆ ในกลุ่มจะต้องโดนทำโทษแทนเรานั่นเอง ซึ่งผมยังไม่เคยสาย แต่นึกภาพออกเลยว่าถ้าเจอแบบนี้จะรู้สึกยังไง หรือบางครั้งถ้าใครคนใดคนหนึ่งทำอะไรผิดพลาดไป จะโดนทำโทษหมดทั้งกลุ่มเลย ถือว่ารับผิดชอบร่วมกัน ที่เป็นอย่างนี้เพราะต้องการให้เรามีจิตสำนึกต่อส่วนรวมครับ

ช่วงเวลาแห่งการฝึกซ้อม เหนื่อยมากครับ เครียดด้วยกดดันด้วย ต้องเต้นให้ถูกต้องตรงจังหวะ และพร้อมกับเพื่อนๆ ทุกคน ยิ่งเวลาซ้อมน้อยยิ่งต้องฝึกให้หนักขึ้น ยิ่งกดดันยิ่งต้องอดทนพยายามทำให้ได้ เพราะความเครียด ความเหนื่อย แบบนี้นี่แหละ ที่พัฒนาตัวเราเองให้สามารถทนต่อปัญหาต่างๆ ได้
ความสนุกสนานและความภาคภูมิใจที่ได้เต้น ได้แข่ง และได้โชว์ เหมือนเล่นเกมชนะก็สนุก เล่นดนตรีเป็นก็สนุก ขอบอกว่าเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่พวกเราไปเต้นหน้าสแตนด์เชียร์ น้องๆ ที่ฝึกซ้อมร้องเพลงเชียร์ก็ร้องกันเต็มที่ พวกเราเชียร์ลีดเดอร์ก็เต้นกันเต็มที่เช่นกัน น้องๆ สนุกที่ได้ร้องเชียร์ พวกเราสนุกที่ได้เต้นเชียร์ .. เอ่อ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่มันเจ๋งมากๆ
ตอนซ้อมเย็นๆ นี่ยุงมากันเป็นกองทัพเลย แถมดุด้วยพวกนี้ ปกติยุงจะกัดนิ่มๆ ไม่รู้ตัวเนอะ แต่นี่อดอยากมากจากไหนก็ไม่รู้ แทงปากเจาะขาดูดเต็มที่ เจ็บอยู่พอควร สิ่งที่ได้ก็คือความมันส์ตอนเกาตุ่มยุงกัดนี่แหละ (เอ่อ ข้อนี้ขำๆ ข้ามไปก็ได้นะ ฮิฮิ)
ผมได้ความกล้าแสดงออก ปกติแล้วจะเฉยๆ ไม่ค่อยกล้าสักเท่าไร กลัวผิดกลัวพลาดประจำ หลังจากเข้าร่วมทีมเชียร์ลีดเดอร์แล้ว รู้สึกโล่งนะครับ ประมาณว่ามีอะไรจัดมาได้เลย ณ จุดจุดนี้
และสิ่งที่ผมเห็นอย่างชัดเจนมากที่สุดเลยก็คือ "สายสัมพันธ์" ครับ .. เป็นลีดต้องอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ ไปไหนไปด้วยกัน ทำอะไรทำด้วยกัน เจออะไรเจอด้วยกัน สุขทุกข์ก็ได้รับด้วยกัน
ส่วนรางวัลการแข่งขันสแตนด์เชียร์และเชียร์ลีดเดอร์ ม.ปลาย ครั้งนี้ชื่อ "The Best of Spirit" ครับ ผลคือได้รับรางวัลทุกสี เพราะถือว่าทุกสีได้ฝึกฝนและเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี ส่งผลให้กีฬาสีคึกคักสนุกสนานครับ
กีฬาสีครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่ทำให้ผมอยากจะหยุดช่วงเวลานั้นไว้ ไม่อยากให้มันผ่านไป อาการแบบนี้แหละคือนิยามความสุขของผม และผมก็มีความสุขมากๆ ที่ได้ทำมัน
ผมอยากพัฒนาตัวเองคือเหตุผลที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์นะครับ เชียร์ลีดเดอร์นี้เป็นสิ่งเดียวในกิจกรรมวันกีฬาสีที่ทำได้แต่ยังไม่เคยได้ทำ (ถ้าเรื่องแข่งกีฬาอย่างอื่นนี่ผมไม่ไหว ศักยภาพไม่ถึง) และนี่ก็ ม.6 แล้ว ใกล้จบแล้ว ก็ทำให้ครบไปเลย ผมเพิ่งจะมาคิดได้ตอน 2-3 ปีนี้ ว่าผมควรจะเลือกตัดสินใจทำมันไปเลย อย่าลังเล อย่าปฏิเสธเพียงเพราะไม่กล้าทำ เพราะผมไม่อยากเสียใจภายหลังว่า "รู้งี้ตอนนั้นน่าจะ....." ผมเคยบ่นแบบนี้มามากพอแล้ว และเคยได้ยินมาว่าเป็นลีดจะซ้อมหนัก เหนื่อย กดดัน เครียด ผมจึงอยากเข้ามารับเอาประสบการณ์เหล่านี้ให้ชีวิต

ส่งท้ายปีเก่ากันไปแล้ว มาต้อนรับปีใหม่ 2555/2012 กันเถอะ
เรื่องใดที่ดี ก็ขอให้เก็บเอาไว้ในความทรงจำ เก็บความสุขนั้นไว้ ส่วนเรื่องใดที่ไม่ค่อยดีนัก ขอให้เก็บไว้เป็นประสบการณ์ และเป็นบทเรียนเอาไว้พัฒนาตัวเองเรื่อยไป
ขอให้มีความสุข หวังตั้งใจสิ่งใดเอาไว้ ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจและลงมือทำไปนะครับ และขอให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรงครับ
สุดท้ายนี้ขอนำคำสอนของท่าน ว. วชิรเมธี มาแชร์นะครับ
"จงมองอดีตในฐานะที่เป็นบทเรียนเพื่อให้ตนเองเติบโต อย่ามองอดีตในฐานะที่เป็นอาวุธ สำหรับหยิบมาทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
สวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ
ต้อนรับ "มะโรงทอง" กันเนอะ
จาก อาตี๋นพนล

---------------
คำถามท้ายบท (ความ)
- ปีเก่าของเพื่อนๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ
~~~~~~~~~~~~~~~~~
- ปีใหม่หัวเราะให้มากหน่อยนะครับ เพราะเป็นปี '55
- ถูกใจให้ดาวสักนิด เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนกันนะครับ
- อันที่จริงขอแค่มีคนอ่านผมก็สุขใจที่ได้เขียนแล้ว (แต่มาแสดงความเห็นกันสักนิดก่อนจาก จะได้รู้ไงว่ามีคนอ่าน นะตัวเอง)
- ฝากเพจในเฟซบุคด้วยนะครับ สร้างขึ้นเพื่ออัพเดทสถานะและความเคลื่อนไหวของบล็อค สามารถกด Like เพื่อติดตามและพูดคุยกันได้นะครับ URL พิมพ์ง่าย จำง่าย ที่ http://www.facebook.com/nopnonpage ได้เลยครับ
-- 1 มกราคม 2012
ส่งท้ายปีเก่า 2554/2011 ด้วยเรื่องที่พิเศษ ทั้งเรื่องที่ดี และเรื่องที่ไม่ดี แต่ก็ล้วนมีความหมาย ผมจะเล่าเรื่องที่เป็นไฮไลท์ของปีเก่า เอาสักด้านละหนึ่งเรื่องก็แล้วกันนะครับ
เรื่องไม่ดีในชีวิตผมที่เกิดขึ้นในปี 2554/2011
เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยครับ น้ำท่วมนั่นเอง ซึ่งเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่มากๆ เกิดจากธรรมชาติและการบริหารงานระหว่างองค์กร วิกฤติครั้งนี้ ทำลายทรัพย์สินและชีวิตไปมากมาย
อย่างไรก็ดี ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกเราได้รู้ว่า น้ำใจคนไทย ยังไงก็ไม่แล้ง เป็นนามธรรมที่ถูกทำให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ จากสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงน้ำท่วม
ถ้าจะถามว่าเรื่องน้ำท่วม เป็นเรื่องที่ไม่ดี ทำไมผมถึงมองว่าเป็นเรื่องพิเศษ
นั่นก็เพราะว่าประสบการณ์นี้ จะถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ สำหรับผู้ที่อดทนและพยายามรับมือกับปัญหา ในที่สุดเขาคนนั้นฝ่าฟันปัญหาไปได้ เขาก็จะมีความภาคภูมิใจ เก็บเอาไว้เล่าให้ลูกหลานของเขาฟังได้
แล้วก็ใช่ว่าจะเกิดผลกระทบแค่ด้านลบ ด้านดีก็มี อย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือน้ำใจอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น รวมถึงเหล่า "ฮีโร่" ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตินี้ด้วย เหล่าจิตอาสาทุกคนที่ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ผมเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้นอกจากจะได้บุญเป็นความอิ่มเอิบใจแล้ว ยังได้ผลตอบแทนเป็นความสำเร็จในภายภาคหน้าอีกด้วย (ไม่นับรวมผู้ที่หวังผลตอบแทนแบบน่าเกลียดนะครับ)
มาถึงเรื่องดีในชีวิตผมที่เกิดขึ้นในปี 2554/2011 กันบ้าง
เป็นเรื่องที่เพิ่งจะผ่านมาไม่กี่วันนี้เอง นั่นคืองานกีฬาสีของโรงเรียน ซึ่งปีนี้อาจจะไม่ได้จัดใหญ่โต นั่นเพราะเกิดน้ำท่วมและขาดงบประมาณในการจัดงาน รวมถึงเรื่องเวลาเรียนที่หายไปและต้องชดเชยนั้นด้วย
กีฬาสีครั้งนี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตผมให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกเรื่องหนึ่ง นั่นเพราะว่าผมสมัครเข้าเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะสี
บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าการเต้นเชียร์ลีดเดอร์จะต้องเป็นผู้หญิงหรือใจเป็นหญิงจึงจะเต้นได้ ผมอธิบายเลยว่าไม่ใช่อย่างนั้น ผู้ชายก็เต้นได้ครับ เชียร์ลีดเดอร์นี้เหมือนการเล่นกีฬาชนิดหนึ่ง เพราะต้องใช้กำลังกาย และทักษะอย่างมากในการเต้น นอกจากนี้ยังทำให้สุขภาพแข็งแรงด้วย
เขียนมาเยอะแล้ว ว่าแต่มันดียังไงล่ะ?
โอ.. เป็นลีดนี่ได้อะไรหลายอย่างเลยครับ
เวลาฝึกซ้อม จะมีการนัดหมายวันเวลาที่จะเริ่มซ้อมพร้อมกัน เราจะไปช้าไม่ได้ คือถ้าเราสาย เราไม่ได้ถูกลงโทษโดยตรงหรอกนะครับ แต่เราจะโดนทางอ้อม ด้วยการที่คนอื่นๆ ในกลุ่มจะต้องโดนทำโทษแทนเรานั่นเอง ซึ่งผมยังไม่เคยสาย แต่นึกภาพออกเลยว่าถ้าเจอแบบนี้จะรู้สึกยังไง หรือบางครั้งถ้าใครคนใดคนหนึ่งทำอะไรผิดพลาดไป จะโดนทำโทษหมดทั้งกลุ่มเลย ถือว่ารับผิดชอบร่วมกัน ที่เป็นอย่างนี้เพราะต้องการให้เรามีจิตสำนึกต่อส่วนรวมครับ

ช่วงเวลาแห่งการฝึกซ้อม เหนื่อยมากครับ เครียดด้วยกดดันด้วย ต้องเต้นให้ถูกต้องตรงจังหวะ และพร้อมกับเพื่อนๆ ทุกคน ยิ่งเวลาซ้อมน้อยยิ่งต้องฝึกให้หนักขึ้น ยิ่งกดดันยิ่งต้องอดทนพยายามทำให้ได้ เพราะความเครียด ความเหนื่อย แบบนี้นี่แหละ ที่พัฒนาตัวเราเองให้สามารถทนต่อปัญหาต่างๆ ได้
ความสนุกสนานและความภาคภูมิใจที่ได้เต้น ได้แข่ง และได้โชว์ เหมือนเล่นเกมชนะก็สนุก เล่นดนตรีเป็นก็สนุก ขอบอกว่าเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่พวกเราไปเต้นหน้าสแตนด์เชียร์ น้องๆ ที่ฝึกซ้อมร้องเพลงเชียร์ก็ร้องกันเต็มที่ พวกเราเชียร์ลีดเดอร์ก็เต้นกันเต็มที่เช่นกัน น้องๆ สนุกที่ได้ร้องเชียร์ พวกเราสนุกที่ได้เต้นเชียร์ .. เอ่อ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่มันเจ๋งมากๆ
ตอนซ้อมเย็นๆ นี่ยุงมากันเป็นกองทัพเลย แถมดุด้วยพวกนี้ ปกติยุงจะกัดนิ่มๆ ไม่รู้ตัวเนอะ แต่นี่อดอยากมากจากไหนก็ไม่รู้ แทงปากเจาะขาดูดเต็มที่ เจ็บอยู่พอควร สิ่งที่ได้ก็คือความมันส์ตอนเกาตุ่มยุงกัดนี่แหละ (เอ่อ ข้อนี้ขำๆ ข้ามไปก็ได้นะ ฮิฮิ)
ผมได้ความกล้าแสดงออก ปกติแล้วจะเฉยๆ ไม่ค่อยกล้าสักเท่าไร กลัวผิดกลัวพลาดประจำ หลังจากเข้าร่วมทีมเชียร์ลีดเดอร์แล้ว รู้สึกโล่งนะครับ ประมาณว่ามีอะไรจัดมาได้เลย ณ จุดจุดนี้
และสิ่งที่ผมเห็นอย่างชัดเจนมากที่สุดเลยก็คือ "สายสัมพันธ์" ครับ .. เป็นลีดต้องอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ ไปไหนไปด้วยกัน ทำอะไรทำด้วยกัน เจออะไรเจอด้วยกัน สุขทุกข์ก็ได้รับด้วยกัน
ส่วนรางวัลการแข่งขันสแตนด์เชียร์และเชียร์ลีดเดอร์ ม.ปลาย ครั้งนี้ชื่อ "The Best of Spirit" ครับ ผลคือได้รับรางวัลทุกสี เพราะถือว่าทุกสีได้ฝึกฝนและเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี ส่งผลให้กีฬาสีคึกคักสนุกสนานครับ
กีฬาสีครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่ทำให้ผมอยากจะหยุดช่วงเวลานั้นไว้ ไม่อยากให้มันผ่านไป อาการแบบนี้แหละคือนิยามความสุขของผม และผมก็มีความสุขมากๆ ที่ได้ทำมัน
ผมอยากพัฒนาตัวเองคือเหตุผลที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์นะครับ เชียร์ลีดเดอร์นี้เป็นสิ่งเดียวในกิจกรรมวันกีฬาสีที่ทำได้แต่ยังไม่เคยได้ทำ (ถ้าเรื่องแข่งกีฬาอย่างอื่นนี่ผมไม่ไหว ศักยภาพไม่ถึง) และนี่ก็ ม.6 แล้ว ใกล้จบแล้ว ก็ทำให้ครบไปเลย ผมเพิ่งจะมาคิดได้ตอน 2-3 ปีนี้ ว่าผมควรจะเลือกตัดสินใจทำมันไปเลย อย่าลังเล อย่าปฏิเสธเพียงเพราะไม่กล้าทำ เพราะผมไม่อยากเสียใจภายหลังว่า "รู้งี้ตอนนั้นน่าจะ....." ผมเคยบ่นแบบนี้มามากพอแล้ว และเคยได้ยินมาว่าเป็นลีดจะซ้อมหนัก เหนื่อย กดดัน เครียด ผมจึงอยากเข้ามารับเอาประสบการณ์เหล่านี้ให้ชีวิต

ส่งท้ายปีเก่ากันไปแล้ว มาต้อนรับปีใหม่ 2555/2012 กันเถอะ
เรื่องใดที่ดี ก็ขอให้เก็บเอาไว้ในความทรงจำ เก็บความสุขนั้นไว้ ส่วนเรื่องใดที่ไม่ค่อยดีนัก ขอให้เก็บไว้เป็นประสบการณ์ และเป็นบทเรียนเอาไว้พัฒนาตัวเองเรื่อยไป
ขอให้มีความสุข หวังตั้งใจสิ่งใดเอาไว้ ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจและลงมือทำไปนะครับ และขอให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรงครับ
สุดท้ายนี้ขอนำคำสอนของท่าน ว. วชิรเมธี มาแชร์นะครับ
"จงมองอดีตในฐานะที่เป็นบทเรียนเพื่อให้ตนเองเติบโต อย่ามองอดีตในฐานะที่เป็นอาวุธ สำหรับหยิบมาทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
สวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ
ต้อนรับ "มะโรงทอง" กันเนอะ
จาก อาตี๋นพนล

---------------
คำถามท้ายบท (ความ)
- ปีเก่าของเพื่อนๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ
~~~~~~~~~~~~~~~~~
- ปีใหม่หัวเราะให้มากหน่อยนะครับ เพราะเป็นปี '55
- ถูกใจให้ดาวสักนิด เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนกันนะครับ
- อันที่จริงขอแค่มีคนอ่านผมก็สุขใจที่ได้เขียนแล้ว (แต่มาแสดงความเห็นกันสักนิดก่อนจาก จะได้รู้ไงว่ามีคนอ่าน นะตัวเอง)
- ฝากเพจในเฟซบุคด้วยนะครับ สร้างขึ้นเพื่ออัพเดทสถานะและความเคลื่อนไหวของบล็อค สามารถกด Like เพื่อติดตามและพูดคุยกันได้นะครับ URL พิมพ์ง่าย จำง่าย ที่ http://www.facebook.com/nopnonpage ได้เลยครับ
Tags: 2012, 2555, event, happy new year, บทความ, ปีใหม่, สวัสดีปีใหม่, เทศกาล9 Comments
